ความตกต่ำของฮัมบูร์ก

    ฮัมบูร์ก เอสวี ถือว่าเคยเป็นทีมชั้นนำของศึกบุนเดสลีก้ามาอย่างยาวนาน และก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นทีมเดียวในศึกบุนเดสลีก้าที่ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุดเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่ก่อทั้งลีกมา แต่พวกเขาก็ต้องมาเสียสิ่งที่เชิดหน้าชูตาพวกเขาได้มาโดยตลอด เมื่อฮัมบูร์กจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับที่ 17 ทำให้ต้องตกชั้นไปเล่นในลีก้า 2 โดยอัติโนมัติ ซึ่งอันที่จริงพวกเขามีแววมาหลายฤดูกาลแล้ว แต่ก็เอาตัวรอดมาได้โตยตลอด จนมาถึงฤดูกาลที่แล้วที่คริสเตียน ติตซ์ กุนซือวัย 47 ปีที่เข้ามารับงานเมื่อเดือนมีนาคม ที่ทำทีมผลงานกระเตื้องขึ้นพอสมควร แต่ก็ไม่สามารถช่วยทีมได้ทัน หลังจากที่มารับงานต่อจากแบรนด์ ฮอลเลอร์บัค กุนซือคนก่อนที่ทำไว้ได้อย่างย่ำแย่ ด้วยผลงานไม่ชนะใครเลยจาก 7 นัด และทำให้ทีมต้องไปจมอยู่ท้ายตารางและต้องตกชั้นไปในที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ในฤดูกาล 2013-2014 และ 2014-2015 พวกเขาก็เคยเกือบตกชั้นมาก่อน แต่ตอนนั้นพวกเขาจบอันดับที่ 16 ของตาราง จึงได้โอกาสเล่นเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 ของลีก้า สอง และเอาตัวรอดมาได้ทั้ง 2 ครั้ง แต่หนนี้พวกเขาต้องตกไปถึงอันดับที่ 17 คราวนี้จึงไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเหมือนก่อน

ซึ่งพอตกจากศึกบุนเดสลีก้ามาพวกเขาก็เป็นตัวเต็งที่จะได้กลับขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งในฤดูกาลหน้า ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากตัวผู้เล่นของพวกเขาก็ยังดูดีกว่าทีมอื่นๆ ในลีกลีก้า สองของเยอรมัน โดยผู้เล่นของทีมฮัมบูร์กในฤดูกาลนี้จะมีนักเตะชาวญี่ปุ่นค้าแข้งอยู่พร้อมกันถึง 3 ราย โดยมีโคซูเกะ นากามูระ เป็นตำแหน่งผู้รักษารประตู โยชิริ มุโตะที่เล่นในตำแหน่งกองหน้า และอีกคนก็คือโกโตคุ ซากาอิ กองหลังตัวหลักของทีมที่กลายเป็นกัปตันทีมในฤดูกาลนี้ด้วย และมีคริสเตียน ติตซ์ มาเป็นกุนซือซึ่งเขาถูกดันจากการคุมทีมชุดสำรองให้ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งก็พาทีมทำผลงานได้ใช้ได้ จึงได้รับมอบหมายให้คุมทีมต่อในฤดูกาลนี้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไปได้ไม่สวยซะแล้ว เมื่อนัดเปิดสนามในศึกลีก้า สอง พวกเขาดันพ่ายคาบ้านให้กับโฮลสไตน์ คีลถึงถิ่นโฟร์ลค ปาร์คถึง 0-3 และทำให้พวกเขาก็ต้องลงไปจมกองบ๊วยตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ตกต่ำที่สุดของฮัมบูร์กแล้วในเวลานี้